สวัสดีครับ เมืองดาหลัดเป็นเมืองที่ผมอยากจะไปมานานแล้ว เพราะว่าเคยได้ยินหลายคนบอกเอาไว้ว่าเป็นเมืองที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะแก่การท่องเที่ยว และเป็นเมืองที่คู่หนุ่มสาวชาวเวียดนามมักจะมาพักผ่อนกันที่นี่ถือได้ว่าเป็นเมืองโรแมนติกแห่งหนึ่งของเวียดนามเลยเชียว
 
ดาหลัด
ขอบคุณภาพจาก thaiza.com
 
วันนี้ได้โอกาสดีก็เลยอยากมาเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปเที่ยวมา  คู่รักไปเมืองนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน 
 
การเดินทางไปเมืองดาหลัดนั้นถ้ามาจากเมืองโฮจิมินท์ จะใกล้กว่าใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึง แต่ผมเดินทางมาจากภาคกลางของเวียดนาม ก็ไกลกว่า สรุปเดินทางมาถึงในช่วงบ่ายๆครับ
 
ระหว่างทางที่เข้ามาในเมืองดาหลัดมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เพราะจะต้องขึ้นไปบนภูเขา อากาศก็เย็นสบาย ใกล้ๆเมืองจะมองเห็นดอกไม้ทั้งสองข้างทาง สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งดอกไม้จริงๆ  ความรู้สึกแรกเมื่อมาสัมผัสที่นี่รู้สึกชอบในบรรยากาศที่เย็นสบาย ว่ากันว่า อากาศที่เมืองดาหลัดนี้เย็นๆแบบนี้ตลอด ออกมานอกบ้านก็ต้องสวมเสื้อกันหนาว
 
ภาพจาก yourlocalbooking.com
 
ผมไปถึงเมืองดาหลัดก็เป็นช่วงเกือบเที่ยงแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อเลยครับอากาศยังกับตอนเย็นๆ แม้ว่าจะมีแดดแต่อากาศก็เย็นสบาย รถบัสมาส่งที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งก็เลยพักซะที่นี่เลย
 
หลังจากเก็บของสัมภาระเรียบร้อยแล้วก็ออกมาเดินเล่นไปทางตลาด อันที่จริงโรงแรมกับตลาดก็ไม่ได้ห่างกันมากก็เลยเดินเพื่อที่จะมาสัมผัสกับวัฒนธรรมเวียดนามของเมืองดาหลัดสักหน่อย แล้วก็มาแลกเงินบาทเป็นเงินด่องด้วย ไปที่โรงแรมก็ไม่มีเงินไทยให้แลกเลย แต่เพื่อนเคยบอกไว้ว่าสามารถไปหาแลกเงินไทยได้ที่ร้านทอง เออ ก็แปลกดีเหมือนกันครับ ก็เลยไปแลกที่ร้านทอง แลกได้ด้วย 
 
 
ภาพจาก tongphuochiep-vinhlong.com
 
ตลาดเมืองดาหลัด
 
สวัสดีครับ นานแล้วที่ไม่ได้นั่งเขียน blog นี้ เนื่องด้วยติดภาระกิจต่างๆ แต่ด้วยใจรักและอย่างให้ทุกคนได้ฝึกภาษาที่จะเอาไปใช้คุยติดต่อกับชาวต่างชาติได้ จึงได้มาปัดฝุ่นนิดหน่อย
 
การเรียนภาษาทุกภาษานั้น จะต้องเริ่มต้นที่การฟังครับ ถ้าอยากจะพูดได้ก็ต้องมีการฟังให้มากพอ จึงจะสามารถออกเสียงและพูดตามได้ถูกต้อง ภาษาเวียดนามก็เช่นเดียวกัน ต้องเริ่มจากการฟังครับ  แต่ก็โชคดีหน่อยที่ภาษาเวียดนามใช้ตัวอักษรโรมันในการเขียน ดังนั้นเราก็สามารถอ่านได้ไม่ยากนัก
 
เห็นมีชาวเวียดนามหลายคนเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อที่จะทำความรู้จักกับคนไทยและประเทศไทยให้มากขึ้น เราคนไทยก็น่าจะรู้ภาษาและวัฒนธรรมบางอย่างของชาวเวียดนามไว้บ้างก็ดีนะครับ จะได้เข้าใจกันและกันในกลุ่มชาวอาเซียนของเรา
 
แล้วเจอกันครับ
การใช้เงินในประเทศเวียดนาม
 
 
เมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสได้ไปที่ประเทศเวียดนามอีกครั้งหนึ่ง  เวียดนามยังเป็นประเทศหนึ่งที่สามารถใช้เงินได้สองสกุล ทั้งเงินดอง และเงินดอลลาสหรัฐ  ซึ่งเมื่อผมนำเงินบาทไปที่เวียดนามหากไม่แลกไว้ที่สนามบินแล้ว ก็จะหาสถานที่ที่จะไปแลกเงินไทยไปเป็นเงินดองเวียดนามนั้นยากมาก  โชดดีที่มีเพื่อนชาวเวียดนามแนะนำว่า หากจะแลกเงินไทยกับเงินดองของเวียดนาม สามารถไปแลกได้ที่ร้านขายทองได้เลย ซึ่งก็สามารถแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่างกัน 
 
เมื่อผมไปแลกที่เวียดนามในครั้งที่แล้ว 1 บาท สามารถแลกได้ 680 เวียดนามดอง เมื่อแลกเป็นเงินเวียดนามแล้วอาจจะสับสนกับตัวเลขเล็กน้อย เพราะจำนวนเงินของเวียดนามนั้นค่อนข้างมาก ควรจะแลกไว้ซื้อของเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น แต่ถ้าหากต้องใช้เงินจำนวนมาก ใช้เงินสกุลดอลล่าสหรัฐจะมีความสะดวกมากกว่า และควรจะมีจำนวนธนบัตรไว้หลายๆ จำนวน  เพื่อความรวดเร็วในการทอนเงิน
 
เกร็ดความรู้เวียดนาม 
 
 
 
 
สำหรับนักธุรกิจไทยที่ต้องการไปลงทุนที่เวียดนาม ผมก็มีแนวทางเอาไว้ซึ่งเรียบเรียงจากคำแนะนำของสถานกงสุลใหญ่ใน นครโฮจิมินห์ ซึ่งมีดังนี้คือ 
 
1. หาที่ตั้งของสำนักงานหรือโรงงานในเวียดนาม
    
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ขอแนะนำให้ธุรกิจไทยที่สนใจการลงทุนในเวียดนามเดินทางไปสำรวจลู่ทางการลงทุนด้วยตนเอง เพื่อเลือกทำเลการลงทุนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเภทการลงทุนของแต่ละธุรกิจ ซึ่งการเดินทางสำรวจลู่ทางดังกล่าวจะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้สำรวจตลาดของเวียดนาม และช่วยให้ได้ทำความรู้จักกับผู้แทนหน่วยงานราชการเวียดนาม และนักธุรกิจเวียดนามที่เกี่ยวข้องด้วย
 
2. ขออนุญาตลงทุนในเวียดนาม
 
3. ทำเรื่องจัดตั้งบริษัท
 
4. ศึกษาเรื่่องการจ้างงาน
 
5. หาบริษัทด้านกฎหมายหรือทนาย
 
6. นำสินค้าที่ผลิตในไทยเข้ามาในเวียดนาม โดยจะได้รับการยกเว้นภาษี ภายใต้กรอบ AFTA
 
รายละเอียดปลีกย่อยจะค่อยๆทยอยลงครับ

Categories