2008/Jul/16

 


Nước chấm
เป็นน้ำจิ้มสไตล์เวียตนามที่พบเห็นได้บ่อยบนโต๊ะอาหาร เหมือนซอสน้ำจิ้มบ๊วยที่เหลวใสเกือบเหมือนน้ำสีส้มเข้ม โดยที่เราเองก็สามารถปรุงได้ที่บ้าน ลองทำดูสิครับ น้ำจิ้มมีส่วนประกอบเครื่องปรุงดังนี้

-น้ำมะนาว 1 ส่วน ใช้น้ำส้มสายชูแทนก็ได้หรือน้ำมะขามก็ดีจะอมหวานด้วย สีอาจเทาบางคนไม่ชอบ

-น้ำปลา 1 ส่วน

-น้ำตาล 1 ส่วน

-น้ำสะอาด 2

ส่วนบางคนชอบเติมกระเทียมสับ พริกสดทุบพอแหลกเอาเม็ดออก เพิ่มผงชูรส แครอทฝานเป็นเส้นๆ ฯลฯ ปกติจะอุ่นน้ำผสมน้ำตาล ให้ละลายก่อน รอให้เย็นลงจึงปรุงส่วนผสมลงไป เปรี้ยวหวานมันเค็มแล้วแต่คนชอบ สูตรไม่ตายตัว ทั่วไปจะเน้นรสหวานแหลมนำเปรี้ยวจี๊ด เผ็ดรองลงมา โดยนำมากินกับอาหารดังนี้

-ข้าวเกรียบ (Cơm tấm เกิม ตั๊ม) อันนี้บ้านเรามี

-ปอเปี๊ยทอด(Chả giò จ๋า หย่อ) อันนี้บ้านเรามี

-ก๋วยเตี๋ยวหลอด(Gỏi cuốn ก๋อย ก้วน) อันนี้บ้านเรามี

-ขนมกระเบื้องญวน(Bánh Xèo บั๊น แซ่ว) แผ่นแป้งทอดปรุงใส่น้ำกะทิ คล้ายหอยทอดบ้านเรา ใส่กุ้ง หมู ถั่วลิสงบด เป็นแผ่นแป้งเหลืองกลมพับครึ่งเวลาเสิร์ฟ ขอเรียกว่า พิชซ่าถาดเวียตนาม แล้วกัน

-ก๊วยเตี๋ยวญวนคลุกขลิก(Bánh hõi บั๊น ฮอย) เทียบได้กับข้าวเกรียบปากหม้อบ้านเราแต่ไม่ใส่ไส้ ทำจากแป้งข้าวเจ้าคล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดหลายแผ่น วางซ้อนพอคำ เพื่อไม่ให้แผ่นแป้งติดกันเป็นก้อนจึงใส่น้ำมัน และหอมเจียว ใส่เนื้อหมูแผ่น เติมน้ำจิ้มลงไปคลุกเคล้าแห้งๆ
ใครทำได้อร่อยอย่าลืมเอามาแบ่งกันชิมบ้านนะครับ


ที่มา :  vietmembers.blogspot

2008/Jul/15

 ผลสำรวจของรัฐบาลเวียดนามซึ่งถูกนำมาเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (26 มิ.ย.) เผยให้เห็นว่าสภาวะความกดดันในสังคมปัจจุบันนี้กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อโครงสร้างทางครอบครัวในเวียดนาม ซึ่งมีผลให้อัตราการอย่างร้างเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการที่เด็กเล็กและผู้สูงอายุใช้เวลาอยู่ตามลำพังมากยิ่งขึ้น
       
       การผลการสำรวจครอบครัวจำนวนมากทั่วประเทศพบว่า ความเท่าเทียมทางเพศนั้นได้รับการพัฒนาอยู่ในระดับที่ดีขึ้น แต่ผู้ชายก็ยังคงเป็นผู้นำในครอบครัวเช่นเดิม และพบว่ายังมีความรุนแรงระหว่างคู่สมรสเกิดขึ้นถึง 20% ด้วยกัน
       
       โครงการสำรวจดังกล่าวเป็นการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลและกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ UNICEF โดยสอบถามครอบครัวต่างๆ ถึง 9,400 ครอบครัวใน 64 เมืองทั่วประเทศ
       
       "หลังจากที่นโยบายโด่ยเหมย (doi moi) เพื่อการปฏิรูปทางเศรษฐกิจได้ถูกนำมาใช้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเวียดนามเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในแทบทุกด้าน รวมถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัวด้วย" ผลการสำรวจ กล่าว
       
       โด่ยเหมยหมายถึง "การเปลี่ยนใหม่" อันเป็นนโยบายที่พรรคคอมมิวนิสต์กำหนดออกมาใช่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ซึ่งนำไปสู่การปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง
       
       เวียดนามเคยมีรูปแบบสังคมที่เป็นชนบท ซึ่งแนวคิดแบบขงจื้อมีอิทธิพลอย่างมากต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว ทำให้เด็กๆ ต้องความเคารพต่อผู้ที่โตกว่า รวมทั้งผู้หญิงต้องเชื่อฟังสามีของตนด้วย
       
       อย่างไรก็ตามผลการสำรวจพบว่าประเพณีหรือขนบธรรมเนียมทางสังคมต่างๆ ในเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากขึ้น จากในช่วงที่ปี 1975 เรื่อยมาจนกระทั่งการเปิดประเทศเพื่อติดต่อกับนานาชาติมากขึ้นในทศวรรษที่ 1990 ส่งผลให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจตามมา
       
       "การหย่าร้าง" ซึ่งเป็นคำที่มักไม่ค่อยจะได้ยินกันในอดีต แต่กลับเป็นปัญหาอย่างมากในปัจจุบัน เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา การอย่าร้างในเวียดนามเพิ่มขึ้นถึง 2.6% ในวัยตั้งแต่ 18 - 60 ปี โดยหญิงที่ขอหย่าส่วนใหญ่มักจะให้เหตุผลในเรื่องของความแตกต่างทางทัศนคติและการใช้ชีวิต การนอกใจรวมทั้งความยากลำบากทางเศรษฐกิจ
       
       ผลการสำรวจยังพบว่า ผู้ปกครองจำนวนมากในขณะนี้มีความรู้สึกว่าไม่สามารถใช้เวลาอยู่กับลูกๆ ได้อย่างเพียงพอ และยังเป็นห่วงในเรื่องของพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใตของเด็กๆ อีกด้วย
       
       "มันไม่ใช่เรื่องของความไม่ต้องการ หรือการทอดทิ้ง...พ่อแม่จำนวนมากจำเป็นต้องทำงานเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่รอด ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาไม่มีเวลาที่จะอยู่กับลูกๆ อย่างเพียงพอ" นายเจสเปอร์ มอร์ช (Jesper Morch) หัวหน้าสำนักงาน UNICEF ในเวียดนามกล่าว
       
       ในบรรดาครอบครัวทั้งหมดที่ทำการสำรวจ มีจำนวนเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่มีผู้สูงอายุอาศัยรวมอยู่ด้วย
       
       "ครอบครัวที่มีสมาชิกอาศัยอยู่รวมกันถึง 3 รุ่นนั้นเป็นสิ่งที่พบไม่มากนักในปัจจุบันและกำลังลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจะเป็นเพราะการที่เวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมแบบอุตสาหกรรมมากขึ้น" รายงานที่ร่วมกันจัดทำระหว่างสถาบันครอบครัวและเพศศึกษาแห่งเวียดนาม (Vietnam's Institute of Family and Gender Studies) กล่าว.

ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์

2008/Apr/29

 บทสนทนา

   Download บทสนทนา 

John :  Chào anh Nam.          สวัสดีคุณนาม

NamChào anh Jonh.           สวัสดีคุณจอห์น

  Đây là Mai, vợ tôi, mới đến Úc.          นี่มาย, ภรรยาผม พึ่งมาถึงออสเตเรีย

John : Mừng chị được đoàn tụ với anh Nam.         
ยินดีกับคุณนามด้วยนะครับ

NamXin cảm ơn ông.
  ขอบคุณครับ

JohnMời anh chị ngồi.
  เชิญนั่งก่อนสิครับ

  Anh chị uống trà hay cà phê?
  จะรับชารึกาแฟดีครับ

Mai:  Dạ, cho tôi trà.
  ขอชาค่ะ

Nam: Tôi cũng vậy.
  เหมือนกันครับ


    (หยุดสักครู่)

John : Trà có quá đậm không chị?
  ชาร้อนไปรึเปล่าครับ?

Mai :  Dạ không. Trà rất vừa. Cảm ơn ông.
  ไม่เลยค่ะ กำลังพอดี ขอบคุณค่ะ

JohnThế thì tốt.
  งั้นก็ดีแล้วล่ะครับ


Mai :  Đây là trà cúc, phải không ông?
  นี่เป็นชาผลไม้รึเปล่าค่ะ

JohnĐúng vậy.
  ใช่แล้วครับ

  Chị có thích không? ชอบมั๊ยล่ะ ครับ

Mai :  Dạ thích lắm. Trà có mùi thơm quá !
  ชอบมากค่ะ ชาหอมมาก

John: Anh chị có mấy cháu rồi?
  มีลูกกี่คนแล้วล่ะครับ

Nam: Chúng tôi chưa có con.
  พวกเรายังไม่มีลูกหรอกครับ

Mai :  Xin lỗi ông, ông được mấy cháu?
  โทษนะค่ะ แล้วคุณมีลูกกี่คนแล้วค่ะ

JonhTôi được hai cháu, một trai và một gái.
  ผมมี 2 คนครับลูกชายกับลูกสาว

Mai:  Các cháu vẫn còn đi học chứ?
  ยังเรียนหนังสืออยู่รึเปล่าค่ะ

JohnDạ phải. Chátu trai vừa tốt nghiệp đại học.
  ครับ ลูกชายพึ่งจะเข้ามหาวิทยาลัย

Mai:  Xin mừng ông.
  ยินดีด้วยนะค่ะ

Từ vựng (คำศัพท์)

chia rẽ แบ่ง
chồng สามี
con gái ลูกสาว

con trai
ลูกชาย
ghét เกลียด
gia đình   ครอบครัว
lạt อ่อน (ชา, กาแฟ)
mời  เชิญ
mùi  เน่า, เสีย
mừng ยินดี

tăng lương
ให้เงินเดือน
thơm หอม

thi hỏng

สอบตก

 



Thanarak Moomee
View full profile