การแก้ปัญหาจราจร ในประเทศเวียดนาม

บริเวณ 5 แยกตลาดเบ๊นเทิน (Ben Thanh) ในยามค่ำพลุกพล่านด้วยยวดยานหลากชนิด ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของถนนเลเลย (Le Loi) ซึ่งเป็น 1 ใน 4-5 สายใหญ่ในเขตอำเภอที่ 1 ที่ทางการจะปิดให้เป็น "ถนนปลอดรถ" ในช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อให้ผู้คนสัญจรไปมาได้สะดวก
ใครที่เคยไปประเทศเวียดนามก็คงรู้นะครับว่า การจราจรที่นั่นเป็นอย่างไร ส่วนใครที่ไม่เคยไปก็ขอให้ลองนึกภาพมด ครับ มดที่กำลังแตกรัง สังเกตุรึเปล่าครับว่า มดมันเดินชนกันบ้างรึเปล่า สภาพของมดเป็นยังไง สภาพการจราจรของประเทศเวียดนามก็ไม่ต่างกันเลย
ยิ่งถ้าเป็นเมืองใหญ่ ๆ เช่น โฮจิมินห์ เว้ รึว่า ฮานอย ยิ่งจำนวนรถมากเท่าไหร่ยิ่งส่งผลให้จราจรติดขัดมากเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลของประเทศเวียดนามเองก็ได้ใช้หลายๆ มาตราการในการแก้ปัญหาจราจรนี้ (ไม่ต่างจากบ้านเราเลย หุ หุ)
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (8 กันยายน 2550) รัฐบาลของเวียดนามก็ได้ใช้มาตรการในการแก้ปัญหาดังนี้คือ
1. คิดจัดทำแผน "ถนนปลอดรถ" ขึ้นมาในช่วงวันสุดสัปดาห์ โดยห้ามยวดยานทุกชนิดเข้าไปยังถนนหลายสาย แผนการดังกล่าวครอบคลุมถนนสายสำคัญ ทั้งหมดก็เพื่อให้ผู้คนสามารถเดินเหินได้อย่างสะดวกในช่วงสุดสัปดาห์
2.ลงทะเบียนพาหนะของประชาชนในพื้นที่ "ถนนปลอดรถ" เพื่อให้สามารถผ่านเข้าออกได้ ในช่วงที่มีการประการใช้มาตรการถนนปลอดรถ

ริมถนนเหวียนเหว (Nguyen Hue) ในช่วงเทศกาล เกือบจะไม่มีที่ว่างสำหรับให้ผู้คนได้เดินกัน ยวดยานทุกชนิดกำลังจะถูกห้ามเข้าถนนสายนี้ในช่วงสุดสัปดาห์
ซึ่งทางการเวียดนามบอกว่า หากมาตราการนี้ใช้ได้ผลก็จะนำไปใช้ในเขตอื่นๆ ด้วย ในเรื่องถนนปลอดรถนี่ ผมเคยได้สัมผัสเมื่อตอนไปเที่ยวที่ ฮอยอัน ซึ่งในช่วงเวลากลางวันจะไม่มีรถวิ่งเสียงดังเลย (เสียงดัง เพราะปกติจะบีบแตรกันจนหนวกหู) ทำให้ในเมืองฮอยอันทั้งเงียบทั้งโรแมนติก ผมคิดว่าในเมืองไทยมีหลายที่ถ้าไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงแตร คงจะทำให้น่าอยู่ขึ้นเยอะ ว่ามั๊ย..
เรียบเรียงจาก.. ผู้จัดการออนไลน์

