2008/Feb/10

การศึกษาวิชาชีพครูในไทยและเวียดนาม

การศึกษาในเวียดนามจะเห็นได้ว่าปัจจุบันกำลังมีการปฎิรูปการศึกษาเช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ก็มีหลายอย่างที่น่าศึกษาจากประเทศนี้ นั่นก็คือ

       1.ในขณะที่หลักสูตรการผลิตครูในประเทศเวียดนามนั้นเป็นหลักสูตร 4 ปี  แต่หลักสูตรการผลิตครูของประเทศไทยในปัจจุบันเป็นหลักสูตร 5 ปี แบ่งเป็นเรียนวิชาศึกษาทั่วไป วิชาชีพครู และวิชาเอก เป็นเวลา 4 ปี และฝึกสอนอีก 1 ปี โดยหวังว่านักศึกษาที่เรียนวิชาชีพครูจะมีความรู้ในวิชาเอกเพิ่มขึ้น และมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ไปยังลูกศิษย์ได้เป็นอย่างดี
       
       เมื่อเปรียบเทียบการผลิตครูระหว่าง 2 ประเทศ จะเห็นว่า มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง (แนวคิดของนักการศึกษาไทยกับเวียดนามมีความแตกต่างกัน) โดยตั้งข้อสังเกตุว่าทำไมเวียดนามจึงจัดการศึกษาเกี่ยวกับการผลิตครูได้ทั้งๆ ที่ต้องเรียนถึง 221 หน่วยกิต ภายในเวลา 4 ปี นิสิต นักศึกษาที่เรียนวิชาชีพครูในเมืองไทยเดิมเรียนหลักสูตร 4 ปี และเรียนเพียง 140 -144 หน่วยกิตเท่านั้น นักศึกษาไทยมีเวลาว่างมาก บางวันเรียนไม่กี่รายวิชา บางวันไม่มีเรียน (โดยเฉพาะเทอมแรกของปี 4) นักศึกษาเหล่านั้นเอาเวลาว่างไปทำอะไร? ที่ไหน อย่างไร ....
       
       แต่นักศึกษาของเวียดนามใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่กับการเรียน ในเมือง (ฮานอย) ไม่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ไม่มีโรงภาพยนตร์และสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงสิ่งยั่วยวน /ชักจูงเยาวชนไม่มีมากมายเหมือนเมืองไทย ประกอบกับการที่พวกเขาจะต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพราะไม่ต้องการที่จะมีชีวิตที่ยากลำบากเหมือนคนรุ่นพ่อแม่และต้องการมีโอกาสทำงานในวันข้างหน้า นอกจากนี้จะเห็นว่าในปีสุดท้ายของการศึกษาของนักศึกษาครูในเวียดนามจะต้องทำโครงการวิจัย 10 หน่วยกิต 

 ชี้ให้เห็นว่าความเข้มข้นของการศึกษาต่างกันมาก และเมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาในระดับปริญญาโทของเมืองไทย พบว่า หลักสูตรปริญญาโทของเมืองไทยในหลายสถาบันเป็นหลักสูตรที่ไม่ต้องทำวิจัย บางหลักสูตรทำเพียงสารนิพนธ์ 6 หน่วยกิต บางหลักสูตรทำวิทยานิพนธ์12 หน่วยกิต แต่นักศึกษาครูระดับปริญญาตรีของเวียดนามต้องทำวิจัยถึง 10 หน่วยกิต เป็นผลให้นักศึกษาครูของเวียดนามเมื่อจบการศึกษาไปแล้วสามารถเป็นได้ทั้งนักการศึกษา นักวิจัยและครูที่มีคุณภาพสูง
       
       2.ในช่วงปิดภาคเรียนของทุกปี คณาจารย์ของแต่ละคณะวิชาจะมีโครงการ/โปรแกรมออกไปช่วยผลิต/จัดทำเอกสาร บทความ และหนังสือประกอบการเรียนให้กับสถาบันการศึกษาในชนบทหรือพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ซึ่งนักศึกษาวิชาชีพครูได้มีโอกาสในการฝึกประสบการณ์ด้วย ในเมืองไทยมีกิจกรรมลักษณะนี้น้อยมาก กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นค่ายอาสาพัฒนาของนิสิตนักศึกษานั้น
       
       3.ทุกวันที่ 20 พฤศจิกายน ของทุกปี ถือว่าเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ของผู้ประกอบวิชาชีพครูและนักการศึกษาของเวียดนาม ทางคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์จะจัดกิจกรรมการแข่งขันของนักศึกษาวิชาชีพครูประจำปีขึ้น โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นมีหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะเกี่ยวข้องกับการศึกษาด้านวิชาชีพครูทั้งสิ้น เช่น  การแข่งขันทักษะและความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพครู การแข่งขันดังกล่าวจะช่วยให้นักศึกษาวิชาชีพครูในชั้นปีสุดท้ายมีความเชื่อมั่นในตนเองและเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาวิชาชีพครูด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในระหว่างการแข่งขันซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวนักศึกษาและคณาจารย์ อันจะส่งผลให้เกิดการปรับปรุงการเรียนการสอน/การผลิตนักศึกษาครูให้ดียิ่งขึ้น สำหรับประเทศไทยมีกิจกรรมในลักษณะนี้หรือไม่ ?

    จะเห็นได้ว่าการจัดการศึกษาวิชาชีพครูในเวียดนามนั้น ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้มาก เพราะถือว่าการเป็นครูอาจารย์จะต้องมีความรู้ที่มากพอที่จะไปสอน และเป็นแบบอย่างแก่ศิษย์ได้ เพราะสิ่งที่ศิษย์จะเรียนรู้นั้นมิใช่เฉพาะวิชาที่ครูมอบให้เท่านั้น แต่รวมไปถือแบบอย่างที่ครูปฏิบัติกันด้วย

http://study-invietnam.blogspot.com/

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ผมว่า คุณค่อนข้างมองไทยในแง่ร้าย เวียดนามในแง่ดีเกินไป ประมาณว่าหลงเวียดนาม
สิ่งที่คุณเขียนมานั้นถูกนิดเดียวเอง
เรื่อง หลักสูตร คุณไปตีค่าหลักสูตรที่หน่วยกิจไม่ถูกต้องนัก คุณภาพของนักศึกษาและผลสำเร็จของนักศึกษาตังหาก กล่าวคือ หลักสูตรครูเมื่อจบไปรัฐบาลต้องหาตำแหน่งครูให้คนที่จบครู เหมือนๆกับพวกจบหมอบ้านเรา แต่ความเป็นจริง รํฐบาลไม่มีงานใดให้กับเด็กจบใหม่ตาม เป้าหมายของหลักสูตร คุณจะว่าดีกว่าไทยได้งัย
นักศึกษาของเวียดนามใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่กับการเรียน ในเมือง (ฮานอย)(ฮานอย) จริงเเล้วไม่ใช่หรอก นักศึกษาที่เรียนครูนั้ค่อยข้างเป็นเด็กจนๆ จากบ้านนอก ไม่มีเงินเที่ยว ส่วนนักศึกษาที่เที่ยวเตร่ก็มีเหมืออนกับเมืองไทยนั้นเหละ ทำตัวหรูหราขี่มอไซค์ Xe tay ga เที่ยวเตร่
ผมว่าคุณน่าจะได้ข้อมูลมาจากพวกเด็กุทนมาใช่ไหม

ในช่วงปิดภาคเรียนของทุกปี คณาจารย์ของแต่ละคณะวิชาจะมีโครงการ/โปรแกรมออกไปช่วยผลิต
บ้านเราก็มี ที่เวียดนามก็มีทั้งเด็กทำกิจกรรมและไม่ทำ บางคนก็ Ve que กลับบ้านก็มี หลากหลาย

ทุกวันที่ 20 พฤศจิกายน ของทุกปี ที่คณะศึกษาศาสตร์ก็จัดงานดีๆไป ส่วนที่อื่นๆๆๆก็จัดงานทั่วประเทศเวียดนามแหละ เป็นวันที่พ่อแม่ผู้ปกครองวิ่งไล่เอาตังค์แจกครูที่สอนลูกตัวเอง (ที่เมืองไทยไม่ค่อยมีน่ะ มีแต่บริจาคให้สมาคมครูผู้ปกครอง) ถ้าไม้ให้ครูก็จะไม่สนใจเด็กที่พ่อแม่ไม่จ่ายเงิน ครูเวียดนามทำตนไม่มีอุดมการณเพราะเงินเดือนครูน้อยมาก
ครูเริ่มบรรจุเดือนละ 800.000 Dong ว่าเขาจะเป็นครูก็ต้องจ่ายให้ผู้ใหญในโรงเรียนหลายสิบล้านด่งเพื่อซื้อตำแหน่ง

เรียนปอ โท เอก ต้องจ่ายค่าตรวจวิทยานิพนธ์ จ่ายค่าเหล่า ค่ากาแฟ หรือเป็นเงินบ้างแล้วแต่ที่ปรึกษา
ที่พูดมานั้นส่วนใหญ่นะ ไม่ใช่เอาส่วนน้อยมาพูดกัน ยิ่งนักศึกษต่างชาติที่เรียนในฮานอย ยิ่งโดนหนัก 555

สรุป การศึกษาประเทศเวียดนาม ล้มเหลว
#1  by  Lam Phien (123.20.24.162) At 2008-02-22 12:03, 
พิมพ์ผิดหลายคำ ขอโทษคนอ่านด้วยครับฺ
bluechaly@gmail.com
#2  by  Lam Phien (123.20.24.162) At 2008-02-22 14:02, 
ขอบคุณที่ช่วยมองในด้านที่มองไม่เห็นbig smile
#3  by  Nguyen anh Bobby At 2008-02-23 13:56, 
อยากได้อีเมล์คนในเวียดนามค่ะ เพื่อจะทาที่ทำธุรกิจค่ะ
โปรดติดต่อที่ chikuranaomi.hi5.com

ด่วนจรา
จะไปเปิดธุรกิจ AMWAYจร้าวานหน่อย
#4  by  ~@!-*ลูกปลาน้อย*-!@~ At 2008-03-12 12:04, 
อย่าทะเลาะกันเลยค่ะ ต่างคนต่างมอง แสดงความคิดเห็นกันอย่างสุภาพดีกว่าค่ะ คนเรามุมมองต่างกัน ความคิดต่างกัน ประสบการณ์ต่างกัน บางคนเจอสิ่งที่ดีบางคนเจอสิ่งที่ไม่ดี เคารพความเห็นของคนอื่นและหากมีความเห็นใดๆก็มาจอยกันเล่าสู่กันฟังดีกว่าค่ะ อย่างน้อยก็เพื่อคนที่สนใจและเข้ามาเยี่ยมชมค่ะ sad smile
#5  by  นานา (124.121.167.184) At 2008-03-12 20:52, 
ประเทศเวียดนามอนุญาตให้มีธุรกิจขายตรงแล้วเหรอครับ?
เพราะเท่าที่ทราบประเทศสังคมนิยมไม่ยอมรับและไม่อนุญาตให้ขายตรง
#6  by  เหงียน วัน กิ๊ก (222.123.224.192) At 2008-04-10 11:11, 
แวะมาสาดน้ำ เย็นฉ่ำชื่นใจ big smile

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
#7  by  kaew At 2008-04-15 18:18, 
กำลังจะไปเวียดนาม อยากศึกษา การพูดของคนเวียดนาม เช่น สวัสดี (เขาออกเสียงยังไง) ช่วยหน่อยนะ.....
#8  by  riflelove@hotmail.com (58.8.196.53) At 2008-05-01 02:49, 
เคยอ่านเจอข่าวไมโครซอฟท์คัดคนเวียดนามเกือบ 500 ได้ที่คุณสมบัติ ผ่านการทดสอบเพียง 4 คน แล้วคิดว่าการศึกษาเวียดนามเจ๋งไหมละ แต่บ้านเค้าบอกว่าคนของเค้าอ่านออก 100 เปอเซนต์ เชื่อดีไหมละ
#9  by  teesang@hotmail.com (203.156.81.110) At 2008-07-01 09:36, 
บัตรโทรศัพท์หนี่ห่าว โทรไป เวียดนาม 7 บาทต่อนาที ลองใช้ซิ คุ้ม เจ้าหน้าที่คุยเป็นกันเอง ให้คําแนะนําดี เบอร์โทร 085-2222-197 www.nihaocard.comww.nihaocard.com
#10  by  paul (124.120.191.108) At 2008-11-11 23:54, 
พอดีจะติต่อลูกค้าทางเวียดนามอยากได้อีเมล์คนที่พูดเวียดนามได้ค่ะ รบกวนติดต่อกลับด้วยนะค่ะ ตามEmail: nueapple8@hotmail.com
#11  by  apple (58.64.63.74) At 2009-03-21 11:05, 
สะบายดี ข้าพะเจ้าเองก่อแม่นนักเรีมนที่จบมาจากลาวเลียมาเรียนต่อที่เหวียดนาม ดานัง
เพี่อมาเตียมพาสาใด้เดีอน1แล้วละพอจบมัดทะยมตอนปายกอเลียมาเรียนตรงนี้แหระคราบ
tong8388_86@hotmail.com
#12  by  สุกขะวง (123.30.12.93) At 2009-10-22 13:25, 
ถ้าไม่ต้องมองเวียตนามแต่เอาแค่คำถามที่ถามใน blog ว่านักศึกษาไทยมีเวลาว่างมาก บางวันเรียนไม่กี่รายวิชา บางวันไม่มีเรียน (โดยเฉพาะเทอมแรกของปี 4) นักศึกษาเหล่านั้นเอาเวลาว่างไปทำอะไร? ที่ไหน อย่างไร ...จะเห็นว่า ตรงนี้น่าคิดกว่า
และถ้ามองว่า ถ้าเราจัดให้นักศึกษาวิชาชีพครูเรียนแบบเข้มข้น เหมือนเวียตนามดูบ้าง จะดีไหม เราไม่ต้องการครูที่มีคุณภาพหรืออย่างไร ถึงไม่กล้ามองในด้านที่ดีที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข ปฏิบัติ ถ้าของเขาดี ก็ควรจะมองบ้าง ไม่ต้องกลัวเสียฟอร์มหรอก ประเทศชาติจะได้เจริญซะบ้าง เพราะอาชีพครูเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของคนในประเทศ จำเป็นมาก ๆ ที่จะต้องเรียนให้มีความรู้จริง ๆ เป็นนักวิจัยก็ได้ เป็นนักการศึกษาก็เก่ง มีอุดมการณ์ นิสิถึงจะใช่ครูจริง ๆ คุณภาพของคนไทยทุกวันนี้ไม่อยากจะโทษใคร เพราะมันแย่ทั้งระบบ แต่ถ้าจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ โดยการพัฒนาครูก็ไม่น่าจะเสียหายตรงไหน และที่สำคัญ คนที่จะสอนนักศึกษาครูนั่นสิน่าเป็นห่วง พวกเขา มีอุดมการณ์ มีความรู้สึกบ้างไหมว่า ผลผลิตจากรั้วของพวกเขานั้นประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลว ยิ่งที่จบออกไปใหม่ ๆ สอนก็ไม่เป็น หนักไม่เอาเบาไม่สู้ แล้วอุดมการณ์ก็ไม่ต้องถามหา การศึกษาเป็นธุรกิจ สถาบันที่บอกจ่ายครบจบแน่ก็ไม่อยากว่าเขา เพราะที่อยากว่าก็คือ ผู้ที่มีการศึกษา มีตำแหน่งสูง ๆ นั่นแหละไปเป็นที่ปรึกษาบ้าง อาจารบ์พิเศษบ้าง เพื่อเงิน แล้วก็มาบ่นว่า การศึกษาไม่มีคุณภาพ ก็เขาทำเพื่อธุรกิจ ก็ไม่ต้องไปถามหาคุณภาพ เรื่องนี้พูดกี่วันกื่เดือนกี่ปี ก็ไม่จบหรอง สงสารประเทศชาติ ไม่มีใครคิดจะทุ่มเทกับการศึกษาจริง ๆ แม้แต่รัฐบาล ...เศร้า
angry smile angry smile
#13  by  Chun (112.142.225.67) At 2009-12-07 17:29, 
เห็นด้วยกับคุณ Lam Phien นะคะ.. คือว่าก็ใช่ที่เวียดนามมีดี แต่ว่าข้อเสียก็มากอยู่ คุณทำบล็อคเกี่ยวกับเวียดนาม จึงอยากให้คนเห็นด้านดีของเวียดมากที่สุด เหมือนคนเราไง เวลาคบกัน ก็เอาแต่ด้านดีออกมาให้เห็น หากไม่อยู่ด้วยกัน คงไม่รู้
ซึ่งหากคุณนำเสนอให้ครบทุกด้าน ทำไมไม่มีข่าว"น.ศ เวียดนาม ซื้อวิทยานิพนธ์ คัด-แปะ-ลอก ส่งแล้วก็จบ"เคยได้ยินบ้างป่าว นี่อ่ะหรอ ที่ว่าการศึกษาเจริญแล้ว แล้วเราเคยคุยกับคนเวียดนาม(เป็นภาษาอังกฤษนะ) เค้าบอกว่า สมัยนี้ วัตถุนิยมก็เข้ามาในเวียดนามเยอะเหมือนกัน อย่างวัยรุ่นเดี๋ยวนี้ หากไม่พูดภาษาเวียดนามล่ะก็ นึกว่าเกาหลีมาเอง ทรงผม เสื้อผ้า หน้าตา ไปหมดอ่ะ อย่าว่าแต่ไทยเลย...(คนเหงียนพูดเองเลยอ่ะ)
แล้วพวกนี้อ่ะ เป็นคนหัวรุนแรง พวกค้อนเคียวคอมมิวนิสต์ก็งี้แหละ อย่างซีเกมส์ที่ลาวที่ผ่านมา ฟุตบอลทีมชาติเวียดนาม(ซึ่งเหมือนเป็นสิ่งโปรดปราน เป็นจิตใจของชาวเหงียนเลย) เเข่งกะ ทีมชาติมาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ แต่เวียดนามสกัดเข้าประตูตัวเอง หมดเวลามาเลเซียชนะไป1-0อีกวันมาเห็นในยูทูป..น่าตกใจมาก
ชาวเวียดนามโบกธงชาติเวียดนามซึ่งมีธงมาเลเซียอยู่ด้านล่าง แล้วขี่รถไปทั่วเมือง จากนันก็ใช้ไฟเผาธงมาเลเซีย เผาเสร็จก็กระทืบๆๆๆ ธงชาติเค้าต่อ(งานนี้ชาวมาเลเซีย ออกโรงเลย ด่าเละ) ในบอร์ดเว็บของซีเกมส์ ถูกพูดถึงอย่างมากมาย แต่ก็ยังมีคนเวียดนาม ตั้งกระทู้ขอโทษนะ ..
แค่อยากให้คุณเจ้าของบล็อคนำเสนอข้อมูลทุกๆด้าน

#14  by  kiimz (112.142.58.85) At 2009-12-24 19:27, 
น.ศ เวียดนาม ซื้อวิทยานิพนธ์ คัด-แปะ-ลอก ส่งแล้วก็จบ


อืม... ขนาดประกาศหน้าเว็บไซต์ต่างๆ หลายเว็บเลย อยากได้วิทยานิพนธ์ คลิกที่นี่


ที่มาก็มี ไม่ได้พูดมั่วๆ

www.manager.co.th
#15  by  เหงียน กึ๊ก กึ๋ย (112.142.58.85) At 2009-12-24 19:39, 

<< Home


Thanarak Moomee
View full profile